โดย : บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จํากัด

คำแนะนำ : เฟดไม่ลด QE ในการประชุมพาทองบวก แต่บาทแข็ง คาดแกว่งตัวออกข้างเพื่อไปต่อ
แนวรับ 1795 / 1785/ 1775  แนวต้าน 1814|1820|1834
              Gold/silver           USD                       Baht        DOW (stock)
ระยะสั้น   SW /SW UP      SW DOWN            SW                SW

ระยะกลาง  SW UP            SW DOWN               SW                SW UP
ระยะยาว BULLISH              Neutral            NEUTRAL         BULLISH
คำแนะนำรายวัน SIDEWAYS   1788-1820
จุดเข้า BUY 1795-1800
เป้าหมาย 1830-1834
SL 1784รายสัปดาห์
คำแนะนำรายเดือน 1700-1850
จุดเข้า BUY 1780-1790 เป้าหมาย 1850/1875
SL 1775   

บทวิเคราะห์ : ราคาทองได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่าเฟดจะไม่ลดวงเงิน QE ในการประชุมธนาคารกลางที่แจ็คสันโฮล์ปลายสัปดาห์นี้ และให้ไปลุ้นรอกลางเดือนหน้าที่จะมีประชุม FOMC แทน ทำให้ภาพระยะสั้นทองดูดแรงซื้อที่หนีจากค่าเงินและ BOND YIELD สหรัฐฯที่ย่อตัวลงแรงอย่างมีนัยยะ อย่างไรก็ตามราคาทองไทยกลับปรับลงแรง ติดกับดักค่าเงินบาทที่แข็งค่าเช่นกัน เพียงแต่บาทแข็งค่าเร็วกว่าราคาทองที่ยกขึ้น เมื่อพิจารณาค่าเงินบาทอาจจะแข็งค่าไปแถว 32.77-32.65 แล้วค่อยแกว่งออกข้าง มุมมองค่าเงินบาทระยะกลางยาวยังเป็นทรงอ่อนค่าตามสถานะเศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่ และการแก้ไขโควิดที่ไม่มีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์ : คืนนี้มีประกาศตัวเลขยอดสินค้าคงทนสหรัฐฯคาดว่าจะใกล้เคียงเดิม จึงมองราคาทองอาจจะแกว่งตัวออกข้างหรือพักฐานสั้นๆไม่แรงเพื่อไปต่อ กลยุทธ์ยังแนะทางถือฝั่งซื้อ ยิ่งถ้าช่วงบาทแข็งและทองย่อน่าซื้อเล่นสั้นหรือถือยาวหน่อยตามการรีบาวด์ของราคาทองในรอบนี้ ส่วนเป้าแรกของทองคือ $1830เศษและ 1850 / นักลงทุนกลับมาจับตาตัวเลข GDP พรุ่งนี้ / ดัชนีเงินเฟ้อ PCE คืนศุกร์ และตัวเลขจ้างงานในปลายสัปดาห์หน้าเป็นสำคัญ

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนะแนวทางการลงทุน
แนวรับ 1,786 – 1,781 – 1,775
แนวต้าน 1,808 – 1,813– 1,818

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้(24 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(FDA) ของสหรัฐอนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเต็มรูปแบบ (full approval)

มุมมองทองคำภาคเช้า ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (24 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันที่ 26-28 ส.ค. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟด โดยตลาดคาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยรวมทั้งแนวโน้มการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมดังกล่าว สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในรอบสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ประมาณการครั้งที่สองของGDP จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน ดัชนีภาคการผลิตเฟด สาขาแคนซัสซิตี้ ดุลการค้า ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล สินค้าคงคลังภาคค้าส่ง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(FDA) ของสหรัฐอนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเต็มรูปแบบ (full approval)

แนะแนวทางการลงทุน
แนวรับ 1,786 – 1,781 – 1,775
แนวต้าน 1,808 – 1,813– 1,818

โดย : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นไปยังระดับ $1809 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาด้านล่างอีกรอบหนึ่ง โดยมองแนวรับสำหรับเข้าเก็งกำไรในรอบนี้ไว้บริเวณ $1785 ซึ่งเป็นแนวรับระยะสั้น จึงคาดว่าในระยะนี้รอราคาปรับตัวลดลงมาด้านล่าง ตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ และเมื่อคืนนี้หุ้นจีนที่จดทะเบียนในอเมริกา เช่น กลุ่มเทคโนโลยีในจีนปรับตัวสูงขึ้นแรงจากสภาวะที่ก่อนหน้าราคาปรับตัวลดลงมากจนเกินไป ค่าเงินบาทเริ่มส่งสัญญาณแข็งค่าขึ้นมองระดับ 32.80

width=640

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

กองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

คืนนี้สหรัฐจะประกาศยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.

ทองคำมีแนวต้าน 1,810 ดอลลาร์ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานเคลื่อนไหวเหนือ 1,800 ดอลลาร์ เนื่องจากคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอเวลาการปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และความกังวลถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19อย่างไรก็ดีราคาทองคำปิดตลาดลดลงเล็กน้อยเนื่องจากแรงเทขายทำกำไรและสหรัฐประกาศยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.เพิ่มขึ้นเป็น 708,000ยูนิต ดีกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 698,000ยูนิต ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยเมื่อวานขายทองคำ2.03ตัน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.ตลาดคาดจะลดลง 0.2% จากที่เดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 0.9% ซึ่งประเด็นสำคัญต้องติดตามคือการประชุมเฟดประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮลในวันที่ 26-28 ส.ค.ซึ่งจะมีการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ในวันที่ 27 ส.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยคาดจะปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,810 ดอลลาร์ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันอีกรอบ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวโน้มสดใสและจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,820 ดอลลาร์และแนวต้านสำคัญ1,833 ดอลลาร์ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,790 ดอลลาร์และ 1,780 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,801.60-3.41,790/1,7801,810/1,820

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,150-10027,950/27,80028,150/28,300

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,200-4028,070/27,91028,300/28,450

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคาทองคำ Spot1,780ดอลลาร์ (GF27,910บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,770 ดอลลาร์(GF27,760บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,804.70+0.201,792/1,7821,812/1,822

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคา GOU211,782ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,772 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดเริ่มทรงตัว หลังจากเมื่อวานแข็งค่าขึ้นมากจนทะลุ 33บาท/ดอลลาร์ทั้งนี้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากมีแรงขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเต็มรูปแบบสำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ในประเทศดีขึ้น ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น สำหรับ USD Futures เดือนก.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 32.80บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 33บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนค่านลท.ขายสกุลเงินปลอดภัยหลังFDA ไฟเขียววัคซีนไฟเซอร์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยหลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเต็มรูปแบบ (full approval) ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.07% แตะที่ 92.8941 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $2.2 เหตุวิตกไวรัสเดลตาหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสันโฮลรัฐไวโอมิงในวันที่ 26-28 ส.ค. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟดทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.2 ดอลลาร์หรือ 0.12% ปิดที่ 1,808.5 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 23.8 เซนต์หรือ 1.01% ปิดที่ 23.894 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดพุ่ง $1.90 รับความหวังวัคซีนหนุนดีมานด์ฟื้นตัว

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์เมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเต็มรูปแบบ (full approval) นอกจากนี้สัญญาน้ำมันดิบยังพุ่งขึ้นหลังมีรายงานว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันของบริษัทพีเม็กซ์ในเม็กซิโกประสบเหตุเพลิงไหม้ซึ่งส่งผลให้การผลิตน้ำมันของบริษัทดังกล่าวปรับตัวลดลงสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.90 ดอลลาร์หรือ 2.9% ปิดที่ 67.54 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 2.30 ดอลลาร์หรือ 3.4% ปิดที่ 71.05 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดบวก 30.55 จุดรับสหรัฐไฟเขียววัคซีนไฟเซอร์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ส.ค.) ขณะที่ดัชนีNasdaqและS&P500 ปิดทำนิวไฮเนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับข่าวสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเต็มรูปแบบ (full approval) โดยข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจเรือสำราญดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,366.26 จุดเพิ่มขึ้น 30.55 จุดหรือ +0.09% ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,486.23 จุดเพิ่มขึ้น 6.70 จุดหรือ +0.15% ดัชนีNasdaqปิดที่ 15,019.80 จุดเพิ่มขึ้น 77.15 จุดหรือ +0.52%

“คามาลาแฮร์ริส” เตือนจีนเป็นภัยคุกคามยืนยันสหรัฐไม่บังคับเอเชียเลือกข้าง

นางคามาลาแฮร์ริสรองประธานาธิบดีสหรัฐได้กล่าวสุนทรพจน์ในระหว่างการเยือนสิงคโปร์โดยเตือนว่าจีนเป็นภัยคุกคามต่อประเทศต่างๆในเอเชียขณะเดียวกันนางแฮร์ริสได้ให้คำมั่นว่าสหรัฐจะไม่บีบบังคับให้ประเทศในเอเชียต้องเลือกข้างระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งต่างก็เป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกนางแฮร์ริสยังได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของสหรัฐที่มีต่อภูมิภาคเอเชียในเรื่องการกำหนดกฎระเบียบ, สิทธิมนุษยชน, เสรีภาพทางทะเลและการค้าที่ปราศจากอุปสรรคนอกจากนี้นางแฮร์ริสยังระบุว่าสหรัฐได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกหรือเอเปก (APEC) ในปี2566ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐยังรักษาคำมั่นสัญญาในเรื่องการสนับสนุนระบบพหุภาคีในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้นางแฮร์ริสได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับจีนโดยกล่าวหาจีนว่าใช้วิธีการบีบบังคับและข่มขู่ในการกล่าวอ้างสิทธิเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้    “การกระทำของจีนยังคงบ่อนทำลายความเป็นระเบียบเรียบร้อยของกฎระเบียบและยังเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตยของนานาประเทศ”    “ส่วนสหรัฐนั้นการที่เรามีส่วนร่วมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินโด-แปซิฟิกนั้นจะไม่เป็นอันตรายต่อประเทศใดประเทศหนึ่งและเราจะไม่บังคับให้ใครต้องเลือกข้างระหว่างสหรัฐและจีน” นางแฮร์ริสกล่าวนอกจากนี้นางแฮร์ริสยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ในอัฟกานิสถานพร้อมกับกล่าวปกป้องการตัดสินใจถอนทหารของประธานาธิบดีโจไบเดนว่าเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญและถูกต้อง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนยอดตายโควิดในสหรัฐอาจทะยานขึ้นอีกกว่าพันรายต่อวัน

ดร.อาชิชจาคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ของมหาวิทยาลัยบราวน์ในสหรัฐเตือนว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19ในสหรัฐอาจจะทะยานขึ้นอีกครั้งจนแตะระดับมากกว่า1,000รายต่อวัน   “ผมคิดว่าเราจะได้เห็นจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นในอีก2-3สัปดาห์ข้างหน้าและผมคาดการณ์ว่ารัฐที่มีอัตราการแพร่ระบาดสูงอย่างฟลอริดาและลุยเซียน่าจะมีผู้เสียชีวิตแตะระดับสูงสุดก่อนจะที่ค่อยๆลดระดับลงมา” นายจากล่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตทะยานขึ้นจนถึงระดับของช่วงที่มีการระบาดหนักในเดือนก.พ. และส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลโดยในขณะนี้สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันอยู่ที่ราว147,000รายนายจากล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA)  ของสหรัฐได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19จากบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเต็มรูปแบบแล้วซึ่งนั่นจะช่วยจูงใจให้มีผู้มาเข้ารับวัคซีนมากพอที่จะสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา   “ผมคิดว่ามันจะสร้างความแตกต่างอย่างมากเพราะผมมองว่ามีบางคนที่รอการอนุมัติอย่างเต็มรูปแบบนี้และสำหรับพวกเขาผมคิดว่าสิ่งนี้จะช่วยได้” นายจากล่าว “กลุ่มผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนประมาณ2ใน3ระบุว่าพวกเขาจะยอมฉีดวัคซีนหากรัฐมีคำสั่งออกมาดังนั้นผมคิดว่าคุณจะเห็นคนจำนวนมากเริ่มเข้ารับการฉีดวัคซีน”   ขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหมสหรัฐเตรียมออกแนวทางฉบับใหม่ให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19หลังจากที่FDA อนุมัติให้ใช้วัคซีนจากบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเต็มรูปแบบ (full approval) เมื่อวานนี้ขณะที่นิวยอร์กซิตี้ได้กำหนดให้คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนของรัฐทั้งหมดกว่า148,000คนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19อย่างน้อย1โดสในฤดูใบไม้ร่วงนี้

กลาโหมสหรัฐเตรียมออกแนวทางฉีดวัคซีนไฟเซอร์หลังFDA ไฟเขียว

กระทรวงกลาโหมสหรัฐเตรียมออกแนวทางฉบับใหม่ให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอนุมัติให้ใช้วัคซีนจากบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเต็มรูปแบบ (full approval)นายจอห์นเคอร์บี้โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่ากระทรวงฯกำลังประเมินว่าแนวทางดังกล่าวจะแล้วเสร็จเมื่อใดทั้งนี้FDA ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเต็มรูปแบบเมื่อคืนนี้ตามเวลาประเทศไทยหลังจากที่ก่อนหน้านี้วัคซีนดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉินตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้วและนับเป็นการอนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกซึ่งคาดว่าจะช่วยลดข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐเผชิญอยู่นายเคอร์บี้ยังได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ถามว่ากระทรวงฯจะออกแนวทางแบบเดียวกันนี้กับวัคซีนโควิด-19ตัวอื่นหรือไม่นายเคอร์บี้ระบุว่า “สำหรับตอนนี้เราเน้นเฉพาะวัคซีนของไฟเซอร์เพราะได้รับอนุมัติจากFDA แล้ว”  ขณะที่กองทัพสหรัฐเผยเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ว่ากำลังพลของกองทัพประมาณครึ่งหนึ่งได้รับวัคซีนครบสองโดสแล้วซึ่งถือเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากหากนับเฉพาะกองกำลังที่ประจำการอยู่โดยไม่รวมเจ้าหน้าที่ในกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิและกำลังพลสำรองข้อมูลระบุว่ากองทัพเรือมีอัตราการฉีดวัคซีนสูงที่สุดหลังพบการระบาดในหมู่ลูกเรือที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเมื่อปีที่ผ่านมาโดยมีกำลังพลของกองทัพเรือได้รับวัคซีนครบทั้งสองโดสแล้วประมาณ73%เทียบกับประชาชนในสหรัฐที่อายุ18ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนแล้ว60%

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นโดยไปทำสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์บริเวณ 1,806 เหรียญ ในขณะที่ช่วงปลายตลาดมีแรงเทขายกลับลงมา โดยที่เช้านี้กลับหลุด 1,800 เหรียญลงมาอีกครั้ง ทดสอบแนวรับ 1,794 เหรียญ โดยที่ดัชนีดอลลาร์กลับมาแข็งค่าอีกครั้งในเช้านี้อยู่ที่ 93.02 จุดหลังเมื่อวานนี้หลุด 93 จุด ท่ามกลางตลาดที่เผชิญแรงเทขายจาก SPDR เป็นหลัก โดยเมื่อวานนี้ ขายทองคำออกอีก 2.03 ตัน ที่ระดับ 1,004.63 ตัน สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนนที่ผ่านมาพบว่า New Home Sales ออกมาดีขึ้นเกินคาด ขณะที่คืนนี้จะมีการประกาศตัวเลข Durable Goods Orders คาดทรงตัว ขณะที่ Core Durable Goods Orders คาดจะออกมาลดลง อย่างไรก็ดี ตลาดโดยทั่วไปมีการให้ความสำคัญและจับตาไปยังการประชุม Jackson Hole เนื่องจากจะรอฟังถ้อยแถลงประธานเฟดเป็นสำคัญในคืนวันศุกร์นี้ เวลาประมาณ 3 ทุ่มตามเวลาประเทศไทย

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค 

ราคาทองคำเคลื่อนไหว Sideways มีลักษณะเป็น Sideway Up อยู่ในระยะสั้นๆ โดยกรอบการเคลื่อนตัวคาดจะมีแนวรับระยะสั้นๆ 1,780 เหรียญ และแนวต้าน 1,810 เหรียญ ในส่วนของ Gold Comex และ Gold Online Futures จะมีแนวรับแรก 1,782 เหรียญ และแนวต้าน 1,812 เหรียญ ขณะที่ทองคำไทยวันนี้คาดจะมีการปรับลงราว 150 บาท/บาททองคำ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ 

เก็งกำไรระยะสั้นๆในกรอบ ลงซื้อขึ้นขาย เน้นบริหารพอร์ตรอประชุม Jackson Hole ระหว่างว 26 – 28 ส.ค.นี้

– นักลงทุนที่ถือ Long Position  
แนะลงซื้อขึ้นขายในกรอบ หากต่ำกว่า 1,770 เหรียญแนะนำทำ Stop Loss

– นักลงทุนที่ถือ Short Position

แนะนำบริหารพอร์ตสมดุล หากผู้ที่ถือครองสถานะไว้เวลานี้แนะซื้อปิดทำกำไรตามแนวรับ และมี Stop Loss เหนือ 1,810 เหรียญ

Gold Futures 10Q21 จะมีแนวรับที่ระดับ 28,050 บาท และแนวต้านที่ระดับ 28,350  บาท

ที่มา : gold.in.th ( 25 ส.ค. 64 )

src=https://i1.wp.com/xn--72c5aha2e8a4a8ayn.com/wp-content/uploads/2021/07/cat.jpeg?fit=150%2C145&ssl=1

Reach out

Find us at the office

Gieser- Madigan street no. 4, 89728 Tokyo, Japan

Give us a ring

Danyelle Malanche
+96 551 917 434
Mon - Fri, 10:00-17:00

Tell us about you